Nanxiucun เป็นสถานที่คึกคักและมีชีวิตชีวาสำหรับปัญญาชนหนุ่มสาว ที่มีความสนใจในงานวรรณกรรมศิลปะและการออกแบบ ความนิยมในพื้นที่นี้มีสาเหตุมาจากความใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยหนานจิงอันโด่งดัง การเติบโตของนักศึกษาชาวต่างชาติและการเพิ่มขึ้นของอิทธิพลตะวันตกและนานาชาติ เป็นย่านสร้างสรรค์ตรงกันกับการแสดงออกและการรวมตัวกัน เป็นเรื่องปกติที่ได้ยินการแลกเปลี่ยนทั้ง 'hellos' และ 'Ni Haos'.
บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาจะขยายไปสู่การออกแบบที่อบอุ่นของคาเฟ่ ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ของโรงแรมตั้งอยู่ในอาคารอพาร์ตเมนต์มรดกแห่งยุคทศวรรษที่ 1980 ในการผสมผสานระหว่างวัสดุโบราณและวัสดุที่ทันสมัยและสุนทรียภาพในการออกแบบ Pause Cafe จะทำให้ภูมิปัญญาของเมืองเก่ามีชีวิตชีวาและยังผสมผสานกับวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นอีกด้วย ผลที่ได้คือ จุดเชื่อมต่อที่มีเสน่ห์ช่วยให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกเก่าแก่และใหม่ในการสนทนาที่เต็มไปด้วยความคิดและจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด.
เรียบเรียงข้อมูล @ ฟรีแปลน
Architects: FANAF
Location: 21 Nanxiucun, Gulou, Nanjing, Jiangsu, China
Architect in Charge: Jin Xin
Area: 60.0 m2
Project Year: 2016
Photographs: Jin Weijian
Manufacturers: Shanghai Rongyi Metal Co. Ltd, Hangzhou Dazhuang Floor Co.
มองหาแนวคิดสำหรับบ้านของคุณ และการสำรองข้อมูลในเว็บไซต์ของฉัน Looking for ideas for your home. And data backup in My website.
วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
มาดู! ห้องไหนควรทาสีอะไรตามหลักวิทยาศาสตร์
มาดู! ห้องไหนควรทาสีอะไรตามหลักวิทยาศาสตร์
การเลือกสีผนังของแต่ละห้องในบ้านเรา บางครั้งก็อาจจะเกิดจากความชอบล้วน ๆ หรือรู้สึกว่าห้องนี้ทาสีนี้แล้วดูดี แต่เคยมั้ยคะที่อยู่ ๆ ไปสักพัก ทำไม๊ทำไมเวลานอนถึงนอนไม่ค่อยจะหลับเลย หรือเวลาอ่านหนังสือเรียนในห้องทำงานดันรู้สึกอยากจะหลับซะให้ได้ วันนี้เราเลยมีบทความดี ๆ ที่ได้คำแนะนำมาจากนักจิตวิทยาที่เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบกับวิทยาศาสตร์มาให้ทุกคนได้อ่านกัน ไปดูดีกว่าค่ะว่าจริง ๆ แล้วแต่ละห้องควรจะทาสีไหนกันแน่

สีฟ้านั้นเป็นสีที่ชวนให้เรารู้สึกถึงความสงบและการพักผ่อน โดยมันเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างท้องฟ้าหรือสายน้ำ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคนเราจะนอนหลับได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในห้องที่ทาสีฟ้ามากกว่าสีอื่น ๆ นอกจากนี้มันยังเป็นสีที่ไม่สว่างหรือเข้มมากจนเกินไปด้วยค่ะ ส่วนสีที่ไม่ควรใช้เลยหากไม่อยากนอนหลับแบบไม่เป็นสุขก็คือสีม่วงนะจ๊ะ

สีเขียวมีความเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และยังช่วยให้จิตใจของเราจดจ่ออยู่กับงานที่ทำตรงหน้าได้ดี แล้วมันก็เป็นสีที่ทำให้เรารู้สึกถึงธรรมชาติอย่างต้นไม้ซึ่งช่วยทำให้เรามีสมองและความคิดที่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ สีเขียวหยกอ่อน ๆ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมันจะได้ไม่ฉูดฉาดจนกระตุ้นเรามากเกินไปนั่นเอง และสีที่ไม่โอเคมาก ๆ ก็คือสีแดง ไม่งั้นมันจะลดประสิทธิภาพการทำงานของเราได้น้า

สีโทนส้มหรือแดงจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของเราได้ ดังนั้นมันจึงเหมาะมากที่จะใช้กับห้องครัว อีกอย่างนะคะ การใช้สีที่สดใสในห้องนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกสนุกสนานและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกด้วยเวลานั่งกินอาหารตอนเช้า ๆ แต่สีที่ไม่แนะนำนั้นคือสีเหลืองเขียวนั่นเอง เพราะมันเป็นสีที่ไม่เหมาะกับการอยู่ใกล้อาหาร จะทำให้เรารู้สึกไม่ดีซะเปล่า ๆ

การใช้สีขาวอาจจะทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตลอดเวลาก็จริง แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อและจืดชืดได้ง่าย ๆ เหมือนกัน เพราะงั้นสีชมพูอ่อนดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า มันเป็นสีที่เหมาะกับทุกสภาพผิวของคนเรา และยังทำให้รู้สึกอบอุ่นหลังการอาบน้ำอีกต่างหาก และห้ามใช้สีนีออนทาห้องนี้เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะคงไม่มีใครอยากติดอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีสีสันทำร้ายสายตากันหรอกเนอะ

ห้องนี้เป็นห้องสำหรับการพักผ่อน ดูทีวี หรือนั่งคุยเล่นกับเพื่อน ๆ ซึ่งการใช้สีโทนอบอุ่นอย่าง สีทราย สีน้ำตาลอ่อน ๆ นั้นดูจะเหมาะสมที่สุด จะได้ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ให้บรรยากาศแบบเงียบ ๆ สงบ ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือสีโทนมืด ๆ เพราะมันจะทำให้รู้สึกอึมครึมและหดหู่ใจมากเกินไป
ที่มา: purewow
การเลือกสีผนังของแต่ละห้องในบ้านเรา บางครั้งก็อาจจะเกิดจากความชอบล้วน ๆ หรือรู้สึกว่าห้องนี้ทาสีนี้แล้วดูดี แต่เคยมั้ยคะที่อยู่ ๆ ไปสักพัก ทำไม๊ทำไมเวลานอนถึงนอนไม่ค่อยจะหลับเลย หรือเวลาอ่านหนังสือเรียนในห้องทำงานดันรู้สึกอยากจะหลับซะให้ได้ วันนี้เราเลยมีบทความดี ๆ ที่ได้คำแนะนำมาจากนักจิตวิทยาที่เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบกับวิทยาศาสตร์มาให้ทุกคนได้อ่านกัน ไปดูดีกว่าค่ะว่าจริง ๆ แล้วแต่ละห้องควรจะทาสีไหนกันแน่
- ห้องนอน : โทนสีฟ้าอุ่น

สีฟ้านั้นเป็นสีที่ชวนให้เรารู้สึกถึงความสงบและการพักผ่อน โดยมันเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างท้องฟ้าหรือสายน้ำ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคนเราจะนอนหลับได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในห้องที่ทาสีฟ้ามากกว่าสีอื่น ๆ นอกจากนี้มันยังเป็นสีที่ไม่สว่างหรือเข้มมากจนเกินไปด้วยค่ะ ส่วนสีที่ไม่ควรใช้เลยหากไม่อยากนอนหลับแบบไม่เป็นสุขก็คือสีม่วงนะจ๊ะ
- ห้องทำงาน : เขียวอ่อน ๆ

สีเขียวมีความเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และยังช่วยให้จิตใจของเราจดจ่ออยู่กับงานที่ทำตรงหน้าได้ดี แล้วมันก็เป็นสีที่ทำให้เรารู้สึกถึงธรรมชาติอย่างต้นไม้ซึ่งช่วยทำให้เรามีสมองและความคิดที่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ สีเขียวหยกอ่อน ๆ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมันจะได้ไม่ฉูดฉาดจนกระตุ้นเรามากเกินไปนั่นเอง และสีที่ไม่โอเคมาก ๆ ก็คือสีแดง ไม่งั้นมันจะลดประสิทธิภาพการทำงานของเราได้น้า
- ห้องครัว : ส้มชาเย็น
สีโทนส้มหรือแดงจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของเราได้ ดังนั้นมันจึงเหมาะมากที่จะใช้กับห้องครัว อีกอย่างนะคะ การใช้สีที่สดใสในห้องนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกสนุกสนานและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกด้วยเวลานั่งกินอาหารตอนเช้า ๆ แต่สีที่ไม่แนะนำนั้นคือสีเหลืองเขียวนั่นเอง เพราะมันเป็นสีที่ไม่เหมาะกับการอยู่ใกล้อาหาร จะทำให้เรารู้สึกไม่ดีซะเปล่า ๆ
- ห้องน้ำ/ห้องแต่งตัว : สีชมพูอ่อน

การใช้สีขาวอาจจะทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตลอดเวลาก็จริง แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อและจืดชืดได้ง่าย ๆ เหมือนกัน เพราะงั้นสีชมพูอ่อนดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า มันเป็นสีที่เหมาะกับทุกสภาพผิวของคนเรา และยังทำให้รู้สึกอบอุ่นหลังการอาบน้ำอีกต่างหาก และห้ามใช้สีนีออนทาห้องนี้เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะคงไม่มีใครอยากติดอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีสีสันทำร้ายสายตากันหรอกเนอะ
- ห้องนั่งเล่น : ทรายอบอุ่น

ห้องนี้เป็นห้องสำหรับการพักผ่อน ดูทีวี หรือนั่งคุยเล่นกับเพื่อน ๆ ซึ่งการใช้สีโทนอบอุ่นอย่าง สีทราย สีน้ำตาลอ่อน ๆ นั้นดูจะเหมาะสมที่สุด จะได้ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ให้บรรยากาศแบบเงียบ ๆ สงบ ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือสีโทนมืด ๆ เพราะมันจะทำให้รู้สึกอึมครึมและหดหู่ใจมากเกินไป
ที่มา: purewow
6 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหาร
6 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหาร
โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) คือโรคที่มีแผลเกิดขึ้นในกระเพาะอาหาร และ/หรือ ลำไส้เล็กส่วนต้นที่เรียกว่า ดูโอดีนัม (Duodenum) ซึ่งแน่นอนว่าสามารถสร้างความทรมานให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้เราลองมาดู 6 ความจริงเกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหารกันดีกว่าค่ะ
1.เกิดได้กับทุกคน
โรคแผลในกระเพาะอาหารสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งในปี 2014 ชาวอเมริกันที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีอายุอยู่ในช่วง 45-64 ปี ซึ่งถือว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุอื่นๆ โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า เอช ไพโลไร (H. pylori หรือ Helicobacter pylori) อีกทั้งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคฟีแนค ฯลฯ
2.ต้องระมัดระวังการทานอาหารมากขึ้น

อาหารที่ผู้ป่วยโรคดังกล่าวควรหลีกเลี่ยง คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาหารที่มีไขมันสูง อาหารเผ็ด หรือบรรดาอาหารที่ทำให้กระเพาะต้องใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น ทั้งนี้อาหารที่ควรทานในช่วงนี้ คือ อาหารที่มีรสอ่อนและสามารถย่อยได้ง่าย
3.การทานอาหารน้อยลงไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น
บางคนอาจกลัวว่าอาหารที่ตนทานจะทำให้ร่างกายแสดงอาการบางอย่างออกมามากขึ้น จึงพยายามทานอาหารให้น้อยลง ซึ่งการปล่อยให้ท้องว่างโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ดังนั้นอย่าไปกลัวการทานอาหารค่ะ แต่ให้คุณทานให้ครบมื้อตามปกติ แต่แค่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดตามที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้นเอง
4.อย่าเครียด

แม้ว่าความเครียดจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากคุณรู้ตัวว่ากำลังป่วยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารอยู่ล่ะก็ คุณคงต้องต้องสลัดและจัดการกับความเครียดให้อยู่หมัดซะแล้วล่ะค่ะ เพราะความเครียดและความกังวลจะทำให้อาการของคุณแย่ลงและจะทำให้ร่างกายของคุณฟื้นตัวยากขึ้นอีกด้วย
5.ยังคงทานอาหารที่มีค่าความเป็นกรดได้
แม้ว่าอาหารรสจัดจะเป็นอาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่คุณป่วย ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่เปรี้ยวจัดอาจทำให้อาการของคุณแย่ลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวได้อีกแล้ว เพราะการทานอาหารที่ไม่ได้เปรี้ยวหรือมีค่าความเป็นกรดมากเกินไปยังพอเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ดังนั้นคนที่ติดรสเปรี้ยวเวลาทานอาหารก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ
6.อย่าทานอาหารก่อนนอน

หากใครที่ชอบทานอาหารก่อนเข้านอน ก็อาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ค่ะ เพราะมันจะทำให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเพื่อย่อยอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้คุณรู้สึกปวดท้องได้
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 6 ความจริงเกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหารที่เรานำมาฝากกัน ทีนี้คุณคงจะรู้จักสาเหตุ และวิธีป้องกันโรคกระเพาะอาหารกันมากขึ้นแล้ว จะได้เลือกรับประทานอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะทำให้คุณห่างไกลจากโรคกระเพาะกันค่ะ
ที่มา: nytimes
โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) คือโรคที่มีแผลเกิดขึ้นในกระเพาะอาหาร และ/หรือ ลำไส้เล็กส่วนต้นที่เรียกว่า ดูโอดีนัม (Duodenum) ซึ่งแน่นอนว่าสามารถสร้างความทรมานให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้เราลองมาดู 6 ความจริงเกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหารกันดีกว่าค่ะ
1.เกิดได้กับทุกคน
โรคแผลในกระเพาะอาหารสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งในปี 2014 ชาวอเมริกันที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีอายุอยู่ในช่วง 45-64 ปี ซึ่งถือว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุอื่นๆ โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า เอช ไพโลไร (H. pylori หรือ Helicobacter pylori) อีกทั้งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคฟีแนค ฯลฯ
2.ต้องระมัดระวังการทานอาหารมากขึ้น
อาหารที่ผู้ป่วยโรคดังกล่าวควรหลีกเลี่ยง คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาหารที่มีไขมันสูง อาหารเผ็ด หรือบรรดาอาหารที่ทำให้กระเพาะต้องใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น ทั้งนี้อาหารที่ควรทานในช่วงนี้ คือ อาหารที่มีรสอ่อนและสามารถย่อยได้ง่าย
3.การทานอาหารน้อยลงไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น
บางคนอาจกลัวว่าอาหารที่ตนทานจะทำให้ร่างกายแสดงอาการบางอย่างออกมามากขึ้น จึงพยายามทานอาหารให้น้อยลง ซึ่งการปล่อยให้ท้องว่างโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ดังนั้นอย่าไปกลัวการทานอาหารค่ะ แต่ให้คุณทานให้ครบมื้อตามปกติ แต่แค่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดตามที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้นเอง
4.อย่าเครียด
แม้ว่าความเครียดจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากคุณรู้ตัวว่ากำลังป่วยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารอยู่ล่ะก็ คุณคงต้องต้องสลัดและจัดการกับความเครียดให้อยู่หมัดซะแล้วล่ะค่ะ เพราะความเครียดและความกังวลจะทำให้อาการของคุณแย่ลงและจะทำให้ร่างกายของคุณฟื้นตัวยากขึ้นอีกด้วย
5.ยังคงทานอาหารที่มีค่าความเป็นกรดได้
แม้ว่าอาหารรสจัดจะเป็นอาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่คุณป่วย ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่เปรี้ยวจัดอาจทำให้อาการของคุณแย่ลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวได้อีกแล้ว เพราะการทานอาหารที่ไม่ได้เปรี้ยวหรือมีค่าความเป็นกรดมากเกินไปยังพอเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ดังนั้นคนที่ติดรสเปรี้ยวเวลาทานอาหารก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ
6.อย่าทานอาหารก่อนนอน
หากใครที่ชอบทานอาหารก่อนเข้านอน ก็อาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ค่ะ เพราะมันจะทำให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเพื่อย่อยอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้คุณรู้สึกปวดท้องได้
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 6 ความจริงเกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหารที่เรานำมาฝากกัน ทีนี้คุณคงจะรู้จักสาเหตุ และวิธีป้องกันโรคกระเพาะอาหารกันมากขึ้นแล้ว จะได้เลือกรับประทานอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะทำให้คุณห่างไกลจากโรคกระเพาะกันค่ะ
ที่มา: nytimes
วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
การปรับปรุงบ้านไม้ชั้นเดียวที่ตอบสนองความต้องการและกว้างขวางขึัน
Gable House เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแบบ Edwardian ใน Sandringham ใกล้กับสถานีรถไฟ ร้านค้าและชายหาด บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นแบบฉบับของบ้านที่ได้เพิ่มห้องไว้ด้านหลังรวมห้องนอน ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร.
การออกแบบโดยสังเขปคือการจัดเตรียมพื้นที่เปิดโล่งกว้างใหญ่ ที่ด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับสนามหลังบ้านได้ดีขึ้น และแก้ไขปัญหาการขาดความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องนอนหลักกับพื้นที่ใช้สอย.
เรียบเรียงข้อมูล @ ฟรีแปลน
Architects: Sheri Gaby Architects
Location: Sandringham, Australia
Area: 217.0 m2
Project Year: 2016
Photographs: Lisbeth Grosmann
Manufacturers: Duravit, Inlite, muuto, Laser Lighting, Classic Ceramics, artedomus, Bowral Bricks, Dulux, Lysaght, Astra Walker, Zincalum, Colorbond, Blackbutt, Godfrey Hirst
Building Surveyor: Tony Middling
Builder: Ryan Gregory
Structural Engineer: Bernhard Waschl
Site Area: 491 m2
การออกแบบโดยสังเขปคือการจัดเตรียมพื้นที่เปิดโล่งกว้างใหญ่ ที่ด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับสนามหลังบ้านได้ดีขึ้น และแก้ไขปัญหาการขาดความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องนอนหลักกับพื้นที่ใช้สอย.
เรียบเรียงข้อมูล @ ฟรีแปลน
Architects: Sheri Gaby Architects
Location: Sandringham, Australia
Area: 217.0 m2
Project Year: 2016
Photographs: Lisbeth Grosmann
Manufacturers: Duravit, Inlite, muuto, Laser Lighting, Classic Ceramics, artedomus, Bowral Bricks, Dulux, Lysaght, Astra Walker, Zincalum, Colorbond, Blackbutt, Godfrey Hirst
Building Surveyor: Tony Middling
Builder: Ryan Gregory
Structural Engineer: Bernhard Waschl
Site Area: 491 m2
วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
22 แรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ชอบนอนใกล้หนังสือ
มนุษย์เริ่มรักหนังสือตั้งแต่อายุยังน้อย เรื่องราวที่พูดและการผจญภัยที่เราเข้ามาใกล้หัวใจของเรา และพาเราไปที่เตียงเพื่อทำให้เราได้รับพร้อมความฝันของเรา มีชั้นวางหนังสือ ชั้นหนังสือข้างเตียงและเราสามารถทำมันได้ จากชั้นวางของที่มีวางจำหน่ายหลายแห่งพร้อมกับแผ่นรองศีรษะที่เต็มไปด้วยเรื่องราวจากหนังสือเล่มนี้จนนอนหลับตลอดทั้งคืน ในบทความนี้เรามีพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ สำหรับผู้ที่ชอบนอนอ่านหนังสือติดกับหนังสือที่รักของพวกเขา.
Visualizer: Sangiorgio Mobili
ระบบจัดเก็บแบบปรับได้ครอบคลุมผนังด้านนอกของห้องนอนห้องนี้ยังคงทำงานอยู่เหนือพื้นที่ทำงานและเก้าอี้โต๊ะที่ทันสมัย
Visualizer: Artem Trigubchak & Alexey Gulesha
ห้องนอนอีกรูปแบบห้องสมุดในบ้าน แต่คราวนี้เป็นหนึ่งในสัดส่วนค่อนข้างมาก พวกเราหลายคนสามารถทำให้การออกแบบรูปแบบนี้ในห้องนอนของเราได้ แม้ว่าเราอาจต้องเสียสละตู้เสื้อผ้าของเรา! เดี๋ยวก่อนใครต้องการเสื้อผ้าเมื่อเรามีหนังสือเหล่านี้ทั้งหมดอ่านขณะที่ซุกอยู่บนเตียง? โคมไฟตั้งพื้นแบบหัวคู่ช่วยให้สามารถเปิดหน้าและสแต็คอ่านหนังสือได้ในเวลาเดียวกัน.
Architect: Shamsudin Kerimov
ผนังที่แข็งแรงของหนังสือสามารถดูเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นกล่องสีส้มสดใสที่ตกแต่งเหล่านี้ จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความโล่งใจเพิ่มสไตล์และความน่าสนใจ.
Designer: 2B Group
ชั้นวางหนังสือแบบ bespoke ทำให้การใช้พื้นที่รอบ ๆ และระหว่างหน้าต่างสองบานใหญ่ บันไดแบบของบรรณารักษ์ช่วยให้สามารถใช้ความสูงของผนังได้เต็มที่.
Visualizer: Giorgos Tataridis
นี่เป็นผนังด้านหนึ่งของหัวเตียงเหมาะสำหรับคนรักหนังสือ ด้วยหลุม cubby ไฟ LED 10 ดวงเหมาะอย่างยิ่งกับการแสดงสแต็คหนังสือ นี่คือสิ่งที่สวยงามและเป็นประโยชน์ แม้ว่าอาจจะมีชั้นวางที่ไม่สามารถเข้าถึงได้สูงกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับหนังสือเก่าที่ไม่ได้หมุนเวียนที่คุณไม่สามารถดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งด้วยได้ โคมไฟระยิบระยับในห้องนอนช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้ที่นี่พร้อมด้วยจี้ Vibia Slim 0920 ที่ติดตั้งข้างเตียง
Source: Hunting For George
หนังสือเล่มแรกสร้างแรงบันดาลใจเต็มไปด้วยห้องนอนเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบอย่างง่าย ที่ชั้นวางหนังสือมุมทำงานทั้งความกว้างของห้องเหนือที่นั่งเบาะนั่งพร้อมอาบด้วยแสงแดดอ่อนๆ
Visualizer: Plasterlina
หลังคาทรงสมมาตรบนเตียงนี้ใช้มุมของเพดานที่เพดานห้อง ซึ่งทำให้แทนที่จะพยายามปิดบัง ผลที่ได้เป็นรูปสามเหลี่ยมจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า หากไม่เต็มไปด้วยตู้หนังสือเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ร่าเริงนี้ เตียงนอนอยู่ภายในถ้ำที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ล้อมรอบด้วยตัวเลือกหนังสือที่เข้าถึงได้มากขึ้น.
Visualizer: Sergi Mengot
ชั้นบนของตู้หนังสือระดับสูง สามารถเข้าถึงได้จากชั้นบนสุดในห้องนอนของเด็ก.
Visualizer: Boom Project
สามเหลี่ยมของกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างชั้นวางของผนังที่เป็นเอกลักษณ์เหนือเตียง แพลตฟอร์มเบาะสีเทา โคมไฟข้างเตียงเชิงมุมตรงกับรูปลักษณ์ที่เป็น.
Via: Naver
เตียงโต๊ะนี้เป็นโซลูชั่นที่เหมาะสำหรับห้องสมุด / ห้องทดลองและห้องนอน
Visualizer: Vadim Kuchuk
มีไม่มากห้องนอนเหยียดยาวของสัดส่วนเหล่านี้ แต่ถ้าเราไม่แน่ใจเราต้องการเติมเต็มด้วยห้องสมุดในบ้านเช่นนี้ กำแพงด้านหนึ่งเต็มไปมาจากบนลงล่างด้วยการจัดเก็บ เพิ่มเติมเพื่อเก็บหนังสือได้มากยิ่งขึ้นอยู่หลังหัวเตียง คอนโซลระดับต่ำนี้ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการแบ่งพื้นที่นอนออกจากทางเดินไปยังบริเวณห้องสมุด.
Visualizer: Lala Akkiraz
ตู้หนังสือแบบเปิดในรูปแบบการตกแต่งภายในแนวอุตสาหกรรมนี้ ได้รับการติดตั้งบนผนังเพื่อรักษาพื้นที่ทั้งหมดให้มีเก้าอี้ฟองที่ชัดเจนแขวนอยู่ในบริเวณห้องสมุดในบ้าน และรูปทรงนี้สะท้อนในเฉดสีของโคมไฟชั้นโดยอีกเก้าอี้ข้างเตียง.
Via: Sergi Mengot
ห้องนอนของเด็กควรมีที่เก็บหนังสืออยู่เสมอ ที่นี่มีหน่วยที่ยาวสองหน่วยติดตั้งอยู่บนผนังเพื่อให้ได้ลักษณะที่ดี.
Visualizer: Sangiorgio Mobili
ชั้นวางในห้องเด็กนี้จะเต็มไปด้วยหนังสือและของกระจุกกระจิกด้านข้าง.
Visualizer: Andew Sadokha
ห้องนอนสีขาวที่สวยงามนี้ใช้ประตูแบบโรงนา เพื่อปกปิดพื้นที่การศึกษาที่หนังสืออ้างอิงมีชั้นวางของ ออกจากเตียงมีตู้หนังสืออยู่ข้างใต้และระหว่างหน้าต่าง สีเทาแต่ละตัวจะมีประกายสีเหลืองและสีขาวโดยเฉพาะ
Visualizer: Only Studio
ห้องนอนอีกห้องหนึ่งมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชั้นวางขั้นพื้นฐานของความยาวที่ลดลงทำให้การใช้ประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
Visualizer: Plasterlina
ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินอยู่ข้างในนี้พื้นที่นอนผนังซึ่งประกอบด้วยตู้หนังสือความสูงเพดานที่สามารถเข้าถึงได้จากด้านใดด้านหนึ่ง
Visualizer: Vladimir Prichina
ห้องนอนที่มีความซับซ้อนสูงนี้มีผนังที่มีพื้นผิวเป็นเนื้อที่มีซุ้มตู้หนังสือ เก้าอี้อ่านหนังสือสบาย ๆ ที่นี่คือเก้าอี้ Husk chair โดย Patricia Urquiola
Visualizer: Nagwa Shawer
ผนังที่ไม่ซ้ำใคร sconces ที่ด้านข้างของเตียงแพลตฟอร์มที่ทันสมัยนี้ให้แสงสำหรับทั้งคู่ที่จะทำอ่านก่อนนอนเล็กน้อย การออกแบบชั้นวางหนังสือแบบแออัด แบบร่วมสมัยถือเป็นทางเลือกระดับปานกลางในโหมดสแตนด์บาย.
Via: Bindo
การจัดเก็บบนเตียงอาจเป็นทางเลือกในการประหยัดพื้นที่สำหรับจัดเก็บหนังสือในห้องนอนขนาดเล็ก.
Visualizer: Max Kuczkowski
ตู้หนังสือเอนกประสงค์นี้ได้รับการสร้างให้มีรูปร่างเหมือนกันกับช่องหน้าต่าง แต่เป็นผนังที่มีขนาดเล็ก
Visualizer: Nikita Borisenko
เค้าโครงสีขาวขนาดใหญ่ทำเป็นผนังห้องสมุดในห้องนอนนี้ โต๊ะยาวได้รับการจัดวางไว้ในหนังสือเล่มนี้ซึ่งสามารถอ่านหนังสือได้ ลูกบาศก์สองก้อนนี้ได้รับการตกแต่งด้วยชิ้นงานแสดงเช่นแจกันของตกแต่งที่มีสีสันและแบบจำลอง Eames Bird ตู้สามบานถูกซ่อนไว้หลังประตูบานเลื่อนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจอทีวีที่สามารถมองเห็นได้จากเตียงเมื่อเจ้าของไม่อยู่ในอารมณ์ในการอ่านหนังสือหลายเล่มของตน!
เรียบเรียงข้อมูล @ ฟรีแปลน
Visualizer: Sangiorgio Mobili
ระบบจัดเก็บแบบปรับได้ครอบคลุมผนังด้านนอกของห้องนอนห้องนี้ยังคงทำงานอยู่เหนือพื้นที่ทำงานและเก้าอี้โต๊ะที่ทันสมัย
Visualizer: Artem Trigubchak & Alexey Gulesha
ห้องนอนอีกรูปแบบห้องสมุดในบ้าน แต่คราวนี้เป็นหนึ่งในสัดส่วนค่อนข้างมาก พวกเราหลายคนสามารถทำให้การออกแบบรูปแบบนี้ในห้องนอนของเราได้ แม้ว่าเราอาจต้องเสียสละตู้เสื้อผ้าของเรา! เดี๋ยวก่อนใครต้องการเสื้อผ้าเมื่อเรามีหนังสือเหล่านี้ทั้งหมดอ่านขณะที่ซุกอยู่บนเตียง? โคมไฟตั้งพื้นแบบหัวคู่ช่วยให้สามารถเปิดหน้าและสแต็คอ่านหนังสือได้ในเวลาเดียวกัน.
Architect: Shamsudin Kerimov
ผนังที่แข็งแรงของหนังสือสามารถดูเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นกล่องสีส้มสดใสที่ตกแต่งเหล่านี้ จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความโล่งใจเพิ่มสไตล์และความน่าสนใจ.
Designer: 2B Group
ชั้นวางหนังสือแบบ bespoke ทำให้การใช้พื้นที่รอบ ๆ และระหว่างหน้าต่างสองบานใหญ่ บันไดแบบของบรรณารักษ์ช่วยให้สามารถใช้ความสูงของผนังได้เต็มที่.
Visualizer: Giorgos Tataridis
นี่เป็นผนังด้านหนึ่งของหัวเตียงเหมาะสำหรับคนรักหนังสือ ด้วยหลุม cubby ไฟ LED 10 ดวงเหมาะอย่างยิ่งกับการแสดงสแต็คหนังสือ นี่คือสิ่งที่สวยงามและเป็นประโยชน์ แม้ว่าอาจจะมีชั้นวางที่ไม่สามารถเข้าถึงได้สูงกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับหนังสือเก่าที่ไม่ได้หมุนเวียนที่คุณไม่สามารถดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งด้วยได้ โคมไฟระยิบระยับในห้องนอนช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้ที่นี่พร้อมด้วยจี้ Vibia Slim 0920 ที่ติดตั้งข้างเตียง
Source: Hunting For George
หนังสือเล่มแรกสร้างแรงบันดาลใจเต็มไปด้วยห้องนอนเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบอย่างง่าย ที่ชั้นวางหนังสือมุมทำงานทั้งความกว้างของห้องเหนือที่นั่งเบาะนั่งพร้อมอาบด้วยแสงแดดอ่อนๆ
Visualizer: Plasterlina
หลังคาทรงสมมาตรบนเตียงนี้ใช้มุมของเพดานที่เพดานห้อง ซึ่งทำให้แทนที่จะพยายามปิดบัง ผลที่ได้เป็นรูปสามเหลี่ยมจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า หากไม่เต็มไปด้วยตู้หนังสือเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ร่าเริงนี้ เตียงนอนอยู่ภายในถ้ำที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ล้อมรอบด้วยตัวเลือกหนังสือที่เข้าถึงได้มากขึ้น.
Visualizer: Sergi Mengot
ชั้นบนของตู้หนังสือระดับสูง สามารถเข้าถึงได้จากชั้นบนสุดในห้องนอนของเด็ก.
Visualizer: Boom Project
สามเหลี่ยมของกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างชั้นวางของผนังที่เป็นเอกลักษณ์เหนือเตียง แพลตฟอร์มเบาะสีเทา โคมไฟข้างเตียงเชิงมุมตรงกับรูปลักษณ์ที่เป็น.
Via: Naver
เตียงโต๊ะนี้เป็นโซลูชั่นที่เหมาะสำหรับห้องสมุด / ห้องทดลองและห้องนอน
Visualizer: Vadim Kuchuk
มีไม่มากห้องนอนเหยียดยาวของสัดส่วนเหล่านี้ แต่ถ้าเราไม่แน่ใจเราต้องการเติมเต็มด้วยห้องสมุดในบ้านเช่นนี้ กำแพงด้านหนึ่งเต็มไปมาจากบนลงล่างด้วยการจัดเก็บ เพิ่มเติมเพื่อเก็บหนังสือได้มากยิ่งขึ้นอยู่หลังหัวเตียง คอนโซลระดับต่ำนี้ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการแบ่งพื้นที่นอนออกจากทางเดินไปยังบริเวณห้องสมุด.
Visualizer: Lala Akkiraz
ตู้หนังสือแบบเปิดในรูปแบบการตกแต่งภายในแนวอุตสาหกรรมนี้ ได้รับการติดตั้งบนผนังเพื่อรักษาพื้นที่ทั้งหมดให้มีเก้าอี้ฟองที่ชัดเจนแขวนอยู่ในบริเวณห้องสมุดในบ้าน และรูปทรงนี้สะท้อนในเฉดสีของโคมไฟชั้นโดยอีกเก้าอี้ข้างเตียง.
Via: Sergi Mengot
ห้องนอนของเด็กควรมีที่เก็บหนังสืออยู่เสมอ ที่นี่มีหน่วยที่ยาวสองหน่วยติดตั้งอยู่บนผนังเพื่อให้ได้ลักษณะที่ดี.
Visualizer: Sangiorgio Mobili
ชั้นวางในห้องเด็กนี้จะเต็มไปด้วยหนังสือและของกระจุกกระจิกด้านข้าง.
Visualizer: Andew Sadokha
ห้องนอนสีขาวที่สวยงามนี้ใช้ประตูแบบโรงนา เพื่อปกปิดพื้นที่การศึกษาที่หนังสืออ้างอิงมีชั้นวางของ ออกจากเตียงมีตู้หนังสืออยู่ข้างใต้และระหว่างหน้าต่าง สีเทาแต่ละตัวจะมีประกายสีเหลืองและสีขาวโดยเฉพาะ
Visualizer: Only Studio
ห้องนอนอีกห้องหนึ่งมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชั้นวางขั้นพื้นฐานของความยาวที่ลดลงทำให้การใช้ประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
Visualizer: Plasterlina
ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินอยู่ข้างในนี้พื้นที่นอนผนังซึ่งประกอบด้วยตู้หนังสือความสูงเพดานที่สามารถเข้าถึงได้จากด้านใดด้านหนึ่ง
Visualizer: Vladimir Prichina
ห้องนอนที่มีความซับซ้อนสูงนี้มีผนังที่มีพื้นผิวเป็นเนื้อที่มีซุ้มตู้หนังสือ เก้าอี้อ่านหนังสือสบาย ๆ ที่นี่คือเก้าอี้ Husk chair โดย Patricia Urquiola
Visualizer: Nagwa Shawer
ผนังที่ไม่ซ้ำใคร sconces ที่ด้านข้างของเตียงแพลตฟอร์มที่ทันสมัยนี้ให้แสงสำหรับทั้งคู่ที่จะทำอ่านก่อนนอนเล็กน้อย การออกแบบชั้นวางหนังสือแบบแออัด แบบร่วมสมัยถือเป็นทางเลือกระดับปานกลางในโหมดสแตนด์บาย.
Via: Bindo
การจัดเก็บบนเตียงอาจเป็นทางเลือกในการประหยัดพื้นที่สำหรับจัดเก็บหนังสือในห้องนอนขนาดเล็ก.
Visualizer: Max Kuczkowski
ตู้หนังสือเอนกประสงค์นี้ได้รับการสร้างให้มีรูปร่างเหมือนกันกับช่องหน้าต่าง แต่เป็นผนังที่มีขนาดเล็ก
Visualizer: Nikita Borisenko
เค้าโครงสีขาวขนาดใหญ่ทำเป็นผนังห้องสมุดในห้องนอนนี้ โต๊ะยาวได้รับการจัดวางไว้ในหนังสือเล่มนี้ซึ่งสามารถอ่านหนังสือได้ ลูกบาศก์สองก้อนนี้ได้รับการตกแต่งด้วยชิ้นงานแสดงเช่นแจกันของตกแต่งที่มีสีสันและแบบจำลอง Eames Bird ตู้สามบานถูกซ่อนไว้หลังประตูบานเลื่อนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจอทีวีที่สามารถมองเห็นได้จากเตียงเมื่อเจ้าของไม่อยู่ในอารมณ์ในการอ่านหนังสือหลายเล่มของตน!
เรียบเรียงข้อมูล @ ฟรีแปลน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




































































